ศาลาไม้ไผ่ในภูมิใจการ์เด้น รายล้อมด้วยชายผ้าสีดาที่ห้อยลงมา มองเห็นคลองที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียว เรือหางยาวแล่นเข้าใกล้พระใหญ่และเจดีย์สีขาวที่วัดปากน้ำ กรุงเทพฯ มือกำลังจุ่มลูกชุบเสียบไม้ลงในถ้วยสีสันต่างๆ ระหว่างกิจกรรมทำขนมไทยที่ภูมิใจการ์เด้น วิทยากรสองคนยืนข้างผ้ามัดย้อมที่เสร็จแล้วและถ้วยสีธรรมชาติที่ภูมิใจการ์เด้น ผู้มาเยือนกำลังปีนต้นมะพร้าวด้วยบันไดไม้ไผ่แบบดั้งเดิมที่สวนมะพร้าวชุมชนใกล้ภูมิใจการ์เด้น ไกด์พาชมกลุ่มนักท่องเที่ยวผ่านแปลงเกษตรอินทรีย์และชายผ้าสีดาที่ห้อยอยู่ในภูมิใจการ์เด้น

จอมทอง กรุงเทพฯ ・ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเชิงนิเวศและวัฒนธรรม

ภูมิใจการ์เด้น

เวิร์กช็อป ・ แนชูร่า ・ กิจกรรมนั่งเรือ

นอกเหนือจากสวนลิ้นจี่

กิจกรรมอื่นๆ ให้เพลิดเพลินตลอดวัน

ภูมิใจการ์เด้นยังได้รับการรับรองมาตรฐาน TMVS (Thailand MICE Venue Standard) จาก TCEB ในฐานะสถานที่จัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน เหมาะสำหรับงานอีเวนต์และการประชุมส่วนตัวในบรรยากาศเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กลางกรุงเทพฯ

จองกิจกรรม
ครอบครัวผู้ก่อตั้งรวมตัวกันใต้ต้นลิ้นจี่อายุร้อยปีของภูมิใจการ์เด้น ต้นเดียวกับที่สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาไว้

หัวใจของสวน

‘ลิ้นจี่บางขุนเทียน’ คือลมหายใจและเหตุผลที่ทำให้ที่นี่ดำรงอยู่

หากย้อนรอยประวัติศาสตร์ของมหานครอย่าง ‘บางกอก’ และ ‘ฝั่งธนบุรี’ กลับไปไกลถึงสมัยอยุธยา สายน้ำคือจุดเริ่มต้นและศูนย์กลางของทุกสิ่ง คลองบางขุนเทียนในยุคนั้นไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสัญจร แต่คือเส้นเลือดใหญ่ที่ร้อยเรียง บ้าน วัด สวน โรงเรียน และชุมชน เข้าไว้ด้วยกันอย่างแยกไม่ออก ภาพความอุดมสมบูรณ์ของสวนลิ้นจี่ริมคลองคือวิถีชีวิตและเอกลักษณ์ของย่านนี้ ซึ่งปัจจุบันสวนของเราเป็นพื้นที่เพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงสืบทอดลมหายใจนั้นมาได้นับร้อยปี

แม้วันนี้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน จนต้นลิ้นจี่อาจไม่ได้ผลิดอกออกผลดกหนาเหมือนวันวาน แต่คุณค่าของผืนดินแห่งนี้กลับยิ่งฝังรากลึก ทุกตารางนิ้วและทุกพื้นที่ที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมา จึงเกิดขึ้นเพื่อโอบกอดและเคารพต้นลิ้นจี่ดั้งเดิมเหล่านี้ เราไม่ได้สร้างสิ่งใหม่เพื่อมาทดแทนอดีต แต่เราตั้งใจรักษาพื้นที่แห่งนี้ไว้ เพื่อต่อลมหายใจให้รากเหง้าของเรายังคงอยู่คู่สายน้ำต่อไป

สวนลิ้นจี่หล่อหลอมสวนแห่งนี้อย่างไร
ศาลาไม้ไผ่ยกพื้นสำหรับนั่งพักในภูมิใจการ์เด้น มองเห็นสวนริมคลองที่ปกคลุมด้วยมอส

พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต

ห้องเรียนที่มีชีวิต แหล่งเรียนรู้จากธรรมชาติ (Nature-Based Learning)

ในขณะที่พื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ค่อยๆ เลือนหาย และวิถีชีวิตของผู้คนเริ่มห่างไกลจากความเรียบง่าย ภูมิใจการ์เด้นจึงเลือกที่จะหยัดยืนเพื่อรักษาคุณค่าเหล่านี้เอาไว้ เราไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อนุรักษ์ แต่คือ ‘สวนไทยเกษตรอินทรีย์’ ที่มีชีวิตและหล่อเลี้ยงผู้คนได้จริง

ด้วยปรัชญาดั้งเดิมที่ว่า ‘กินแล้วปลูก ปลูกแล้วกิน’ ความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่จึงเต็มไปด้วยพืชพรรณคู่ครัวไทย ทั้งใบชะพลู มะกรูด ตะไคร้ ข่า ส้มซ่า มะขาม ยอ กะเพรา โหระพา ใบทองหลาง มะกอกน้ำ กระชาย และขิง วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่เพียงไม้ประดับ แต่ผลผลิตที่ปลอดภัยจะถูกเก็บเกี่ยวสดใหม่ และส่งตรงจากแปลงผักในสวนสู่ครัวของ Natura (แนชูร่า) ในทุกๆ วัน

เพราะสำหรับเรา คำจำกัดความของคำว่า ‘สวนไทย’ ไม่ใช่แค่รูปแบบการจัดทัศนียภาพ แต่คือ ‘ความยั่งยืน’ ที่ฝังรากลึกอยู่ในแนวคิดและการใช้ชีวิตมาตั้งแต่ต้น

ก่อนจะเป็นสวนแห่งนี้

คลองที่เป็นจุดกำเนิดของย่านนี้

ก่อนภูมิใจการ์เด้นจะเปิดเป็นสวนโบราณให้เข้าชม คลองบางขุนเทียนคือศูนย์กลางของวิถีชีวิตผู้คนแถบนี้มาตั้งแต่สมัยก่อน สืบย้อนไปได้ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มีการขุดคลองทั่วฝั่งธนบุรีเพื่อทำสวนแบบท้องร่องสวน มีทั้งตลาดน้ำ บ้านเรือนริมคลองที่ปลูกด้วยเสาสูงหนีน้ำ และศาลาวัดไทรที่เรือขนถ่ายสินค้าเทียบท่า กรุงเทพฯ ในอดีตเดินทางด้วยเรือมากกว่าถนน และคลองสายนี้ยังคงจดจำวันเวลานั้นได้ดี

ปัจจุบัน

ครอบครัวผู้ดูแลภูมิใจการ์เด้นในปัจจุบัน สวมหมวกแบบดั้งเดิมถือกิ่งลิ้นจี่ที่เพิ่งเก็บใต้ต้นในสวน
ครอบครัวที่ยังคงดูแลสวนลิ้นจี่ของภูมิใจการ์เด้นจนถึงทุกวันนี้
คนสวนถือขนุนลูกใหญ่สามลูกที่เก็บเกี่ยวได้จากต้นในภูมิใจการ์เด้น
ยังคงเป็นสวนที่ทำงานจริง เก็บเกี่ยวผลผลิตกันทุกฤดูกาล

เราไม่ได้สร้างพิพิธภัณฑ์
เราแค่รักษาสวนแห่งนี้ให้มีชีวิตอยู่
และเปิดทางให้ผู้คนได้เดินเข้ามาสัมผัส

สิ่งที่ยึดโยงสวนแห่งนี้ไว้ด้วยกัน

สามรากฐาน

ท้องถิ่น

ดำเนินงานแบบท่องเที่ยวชุมชน (CBT) ไม่ใช่กิจการของคนคนเดียว — ทั้งคนขับเรือ คนดูแลสวน คนปลูกมะพร้าว รวมถึงวัดและพระสงฆ์ในละแวกนี้ ต่างมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ เรายังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอันดับแรก แต่แนวคิดเดียวกันนี้ก็เชื่อมโยงเราไปถึงชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กทั่วประเทศ ทำให้วัตถุดิบในจานอาหารของคุณสดใหม่ไม่ต่างจากที่ปลูกอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

ความยั่งยืนที่จับต้องได้

ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ ทั้งแปลงปุ๋ยหมัก การรดน้ำด้วยระบบคลอง และการเก็บเกี่ยวที่เป็นไปตามฤดูกาลไม่ใช่ตามปฏิทิน เป็นความยั่งยืนที่ผู้มาเยือนเรียนรู้และนำกลับไปใช้ต่อได้จริง

การเปิดรับทุกคน

มรดกที่มีชีวิตแห่งนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่มาทัศนศึกษา เพื่อนบ้านที่แวะเดินเล่นวันอาทิตย์ หรือครอบครัวที่ทำสวนผืนนี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

ต้นลิ้นจี่ในภูมิใจการ์เด้นที่มีผลสุกดกเต็มต้น

ข้อมูลเยี่ยมชม

แวะมานั่งพักใต้ร่มสวนลิ้นจี่

สถานที่
ซอยจอมทอง 19 แยก 18 (ซอยวัดสีสุก) กรุงเทพฯ
เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 – 18:00 น.
เสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 9:00 – 18:00 น.
ดูเส้นทาง

สื่อที่เคยนำเสนอ

  • AFAR
  • National Geographic
  • Bangkok Post
  • BK Magazine
  • Read the Cloud
  • บ้านและสวน
  • Gourmet & Cuisine
  • BLT Bangkok
  • a day
  • มติชน

ความยั่งยืนที่จับต้องได้จริง

ความยั่งยืนที่สัมผัสได้ ไม่ใช่แค่อ่านผ่านตา

ทุกส่วนของสวนคือแบบอย่างเล็กๆ ที่ใช้งานได้จริง น้ำฝนหล่อเลี้ยงแปลงริมคลอง เศษอาหารจากครัวกลับคืนสู่สวนในรูปปุ๋ยหมัก และวัตถุดิบที่เสิร์ฟจะมาตามฤดูกาลจริงเท่านั้น เราอยากพาผู้มาเยือนไปดูถังปุ๋ยหมักที่ใช้งานจริงสักถัง มากกว่าพิมพ์คำสัญญาลงกระดาษ

ดูว่าสวนแห่งนี้ปลูกอะไรบ้าง
คนสวนปีนขึ้นไปบนต้นสูงในภูมิใจการ์เด้นเก็บลิ้นจี่ด้วยมือใส่ตะกร้าสานโดยใช้ไม้ไผ่แบบดั้งเดิม